หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ไฟฟ้า

 

 

หน่วยการเรียนรู้ที่  4  ไฟฟ้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความรู้

1. วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย

2. การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและ

แบบขนาน

3. การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบ

ขนาน

4. ตัวนำไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า

5. แม่เหล็กไฟฟ้าและการใช้แม่เหล็กไฟฟ้า

 

ทักษะ/กระบวนการ

1. การสืบค้นข้อมูล

2. การสังเกต

3. การอธิบาย

4. การทดลอง

5. การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน

 

ภาระงาน/ชิ้นงาน

1. รายงานเรื่องวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายวงจรปิด

และวงจรเปิด

2. การเปรียบเทียบการต่อหลอดไฟฟ้าแบบ

อนุกรมและแบบขนาน

3. การเปรียบเทียบการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบ

อนุกรมและแบบขนาน

4. รายงานเรื่องวงจรไฟฟ้าในบ้าน

5.รายงานเรื่องตัวนำไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า

6. การทดสอบการนำไฟฟ้า

7.การประดิษฐ์แม่เหล็กไฟฟ้า

8. การทดลองแรงแม่เหล็กไฟฟ้ากับจำนวน

รอบของขดลวด

9. รายงานเรื่องการใช้แม่เหล็กไฟฟ้า

 

คุณลักษณะที่พึงประสงค์

1. ใฝ่เรียนรู้

2. มุ่งมั่นในการทำงาน

3. มีเจตคติต่อวิทยาศาสตร์

4. มีเจตคติทางวิทยาศาสตร์

5. เห็นคุณค่าของการนำความรู้

ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

 

ไฟ้ฟ้า

 

ผังการออกแบบการจัดการเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ไฟฟ้า

 

 

ขั้นที่ 1 ผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน
ตัวชี้วัดชั้นปี

1. ทดลองและอธิบายการต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย (ว 5.1 ป. 6/1)

2. ทดลองและอธิบายตัวนำไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า (ว 5.1 ป. 6/2)

3. ทดลองและอธิบายการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมและนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ (ว 5.1 ป. 6/3)

4. ทดลองและอธิบายการต่อหลอดไฟฟ้าทั้งแบบอนุกรม แบบขนาน และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

(ว 5.1 ป. 6/4)

5. ทดลองและอธิบายการเกิดสนามแม่เหล็กรอบสายไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้าผ่าน และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ (ว 5.1 ป. 6/5)

ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน

นักเรียนจะเข้าใจว่า

1. วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายเป็นเส้นทางที่กระแสไฟฟ้า

ผ่านได้ครบรอบ ประกอบด้วยแหล่งกำเนิดไฟฟ้า

สายไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า

2.วงจรไฟฟ้ามี2ลักษณะคือวงจรไฟฟ้าปิด

เป็นวงจรที่กระแสไฟฟ้าผ่านได้ครบรอบและ

วงจรไฟฟ้าเปิดเป็นวงจรที่กระแสไฟฟ้าผ่านไม่ได้

3.การต่อเซลล์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ในวงจรไฟฟ้า

ทำได้ 2 แบบ คือ แบบอนุกรมและแบบขนาน

4. ตัวนำไฟฟ้าเป็นวัสดุที่กระแสไฟฟ้าผ่านได้ ส่วน

ฉนวนไฟฟ้าเป็นวัสดุที่กระแสไฟฟ้าผ่านไม่ได้

5. สนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ลวดตัวนำหรือ

สายไฟฟ้าเกิดจากกระแสไฟฟ้าที่ผ่านลวดตัวนำ

หรือสายไฟฟ้านั้น แม่เหล็กไฟฟ้าเกิดจากกระแส-

ไฟฟ้าที่ผ่านขดลวดตัวนำหรือสายไฟฟ้า แรง

แม่เหล็กที่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณกระแสไฟฟ้าและ

จำนวนรอบของขดลวดที่พันรอบแกนเหล็กและ

สามารถนำแม่เหล็กไฟฟ้าไปใช้ประโยชน์ได้

คำ ถาม สำคัญ ที่ ทำให้เกิด ความ เข้าใจ ที่ คงทน

1. หลักการของวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายคืออะไร เราใช้ประโยชน์จากแผนภาพวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย

ทำอะไร

2. การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมแตกต่างจากการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบขนานในเรื่องใด

3. การต่อหลอดไฟฟ้าและอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านนิยมต่อแบบใด เพราะเหตุใด

4. ตัวนำไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้าคืออะไร มีความสำคัญต่อวงจรไฟฟ้าในเรื่องใด

5. แม่เหล็กไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กมีความเกี่ยวข้องกับกระแสไฟฟ้าในลักษณะใด

6. เรานำความรู้เรื่องแม่เหล็กไฟฟ้าและสนาม

แม่เหล็กมาใช้ประโยชน์ในเรื่องใดบ้าง

 

ความรู้ของนักเรียนที่นำไปสู่ความเข้าใจที่คงทนนักเรียนจะรู้ว่า. . .

1 . คำ สำคัญ ได้ แก่ วงจรปิด วงจรเปิด สนาม

แม่เหล็ก แม่เหล็กไฟฟ้า

2 . วงจรไฟฟ้ามี 2 ลักษณะ คือ วงจรไฟฟ้าปิดเป็น

วงจรไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านอุปกรณ์

ที่ต่อครบวงจร กล่าวคือ เมื่อเปิดสวิตช์กระแส

ไฟฟ้าจะออกจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้าทางขั้วบวก

ผ่านอุปกรณ์ไฟฟ้าในวงจรไปยังขั้วลบของ

แหล่งกำเนิดไฟฟ้า ส่วนวงจรไฟฟ้าเปิดเป็น

วงจรไฟฟ้าที่ไม่มีกระแสไฟฟ้าออกจากขั้วบวก

ของแหล่งกำเนิดไฟฟ้าผ่านอุปกรณ์ไปยังขั้วลบ

ซึ่งอาจจะเกิดจากการนำอุปกรณ์ไฟฟ้าบางส่วนออกไป ทำให้กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลผ่านวงจรได้

3 . การต่อวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม หลอดไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าจะจัดต่อเรียงกันและกระแสไฟฟ้าจะผ่านหลอดไฟฟ้าหรืออุปกรณ์เป็น

ปริมาณเดียวกัน ถ้าเป็นการต่อเซลล์ไฟฟ้าจะ

ทำให้มีกระแสไฟฟ้าผ่านวงจรมากขึ้น สังเกต

จากหลอดไฟฟ้าสว่างขึ้นแต่ถ้าหลอดไฟฟ้า

ดวงใดดวงหนึ่งขาดจะทำให้วงจรเปิด ไม่มี

กระแสไฟฟ้าผ่านวงจรส่วนการต่อวงจรไฟฟ้า

แบบขนานหลอดไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าจะ

ต่อกันที่จุดร่วมกระแสไฟฟ้าจะไหลแยกผ่าน

หลอดไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ถ้าหลอดไฟฟ้าหรือ

อุปกรณ์ส่วนใดส่วนหนึ่งชำรุดส่วนที่เหลือจะ

ยังคงทำงานได้ตามปกติการต่อแบบนี้จะ

ช่วยทำให้ระยะการใช้งานของเซลล์ไฟฟ้าหรือ

อุปกรณ์ยาวนานขึ้น

ทักษะ/ความ สามารถ ของ นักเรียน ที่ จะนำไปสู่

ความ เข้าใจ ที่ คงทน นักเรียน จะ สามารถ

1. สืบค้นข้อมูลวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย วงจรปิด

และวงจรเปิด

2. สังเกตการเปรียบเทียบการต่อหลอดไฟฟ้า

แบบอนุกรมและแบบขนาน

3. สังเกตการเปรียบเทียบการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบ

อนุกรมและแบบขนาน

4. สืบค้นข้อมูลวงจรไฟฟ้าในบ้าน

5. สืบค้นข้อมูลตัวนำไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า

6. สังเกตทดสอบการนำไฟฟ้า

7. สังเกตการประดิษฐ์แม่เหล็กไฟฟ้า

8. ทดลองแรงแม่เหล็กไฟฟ้ากับจำนวนรอบของ

ขดลวด

9. สืบค้นข้อมูลการใช้แม่เหล็กไฟฟ้า

 

 

 

 

 

 

4 . ตัวนำไฟฟ้าเป็นวัสดุที่กระแสไฟฟ้าผ่านได้ เช่นทองแดง เหล็ก สังกะสี และอะลูมิเนียม ส่วน

ฉนวนไฟฟ้าเป็นวัสดุที่กระแสไฟฟ้าผ่านไม่ได้เช่น ยาง พลาสติก ไม้ และ กระเบื้อง

5 . เมื่อมีกระแสไฟฟ้าผ่านลวดตัวนำหรือสายไฟฟ้าจะเกิดสนามแม่เหล็กขึ้นรอบ ๆ ลวดตัวนำหรือสายไฟฟ้านั้น ถ้าทำให้ลวดตัวนำหรือสายไฟฟ้าเป็นขดแล้วนำแท่งเหล็กวางไว้ในขดลวด เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านขดลวดจะทำให้แท่งเหล็กกลายเป็นแม่เหล็กที่เรียกว่า แม่เหล็กไฟฟ้า และแรงแม่เหล็กที่ได้จะขึ้นอยู่กับปริมาณกระแสไฟฟ้าและจำนวนรอบของขดลวดที่พันรอบแกนเหล็ก สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้หลักการของแม่เหล็กไฟฟ้าเช่น กระดิ่งไฟฟ้าหรือออดไฟฟ้าปั้นจั่นยกของ

 

 
ขั้นที่ 2 ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่านักเรียนมีผลการเรียนรู้ตามที่กำหนดไว้อย่างแท้จริง
1. ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ

– รายงานเรื่องวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย วงจรปิด และวงจรเปิด

– การเปรียบเทียบการต่อวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน

– การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน

– รายงานเรื่องวงจรไฟฟ้าในบ้าน

– รายงานเรื่องตัวนำไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า

– การทดสอบการนำไฟฟ้า

–การประดิษฐ์แม่เหล็กไฟฟ้า

– การทดลองแรงแม่เหล็กไฟฟ้ากับจำนวนรอบของขดลวด

– รายงานเรื่องการใช้ประโยชน์จากแม่เหล็กไฟฟ้า

2. วิธีการและเครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้
วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้
– การทดสอบ

–การสนทนาซักถาม

–การวัดเจตคติ

 

– แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน

– แบบบันทึกการสนทนา

– แบบวัดเจตคติทางวิทยาศาสตร์และเจตคติ

ต่อวิทยาศาสตร์

– การวัดทักษะ

– การประเมินตนเอง

– แบบวัดทักษะ/กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

– แบบประเมินตนเองของนักเรียน

3. สิ่งที่มุ่งประเมิน

– ความสามารถในการอธิบาย ชี้แจง การแปลความและตีความ การประยุกต์ ดัดแปลง และนำ

ไป ใช้ การมีมุมมองที่หลากหลาย การให้ความสำคัญใส่ใจในความรู้สึกของผู้อื่น และการรู้จัก

ตนเอง

– เจตคติทางวิทยาศาสตร์และเจตคติต่อวิทยาศาสตร์เป็นรายบุคคล

– ทักษะ/กระบวนการทางวิทยาศาสต ร์

– ทักษะการคิด

– ทักษะการแก้ปัญหา

– พฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม

ขั้นที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้
– แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 28 วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย                                                                      2 ชั่วโมง

– แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 29 การต่อหลอดไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า                                               2 ชั่วโมง

– แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 30 การต่อเซลล์ไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า                                                2 ชั่วโมง

– แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 31 วงจรไฟฟ้าในบ้าน                                                                        2 ชั่วโมง

– แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 32 ตัวนำไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า                                                       2 ชั่วโมง

– แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 33 แม่เหล็กไฟฟ้า                                                                                2 ชั่วโมง

– แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 34 การใช้แม่เหล็กไฟฟ้า                                                                    2 ชั่วโมง

 

 

 

 

 

About เรียนวิทย์ คิดสนุก กับครูอ้อ

i love dog name is kanoon

Posted on มิถุนายน 30, 2011, in หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ไฟฟ้า. Bookmark the permalink. ปิดความเห็น บน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ไฟฟ้า.

การแสดงความเห็นถูกปิด

%d bloggers like this: